top of page

FAQ คำถามที่พบบ่อย

การสมัครสอบและคุณสมบัติ

  • โครงการ IM Japan จัดส่งโดยรัฐบาลไทยใช่หรือไม่?  

      ใช่   , องค์กร IM Japan ได้ลงนามข้อตกลง MOU ร่วมกับกระทรวงแรงงาน โดยมีกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง แน่ใจได้ว่าไม่มีปัญหาการหลอกลวง หรือเก็บค่าบริการ

  • อยากทราบคุณสมบัติผู้สมัคร?

       ม.6 หรือ ปวช. ขึ้นไปจบสาขาใดก็ได้, มีอายุ 20-30 ปี สุขภาพแข็งแรง ตาไม่บอดสี ผู้ชายต้องพ้นภาระทางทหารแล้ว  ไม่มีประวัติอาชญากรรม

       ไม่ว่าจะมีวุฒิการศึกษา กศน. หรือ ม.6 หรือ ปวช. หรือ ปวส.  สาขาใด สามารถสมัครได้หมด

      ดูรายละเอียด คุณสมบัติ และการสอบ  

  • รับผู้หญิงด้วยไหมไหม ?

       รับสมัครทั้งเพศชายและหญิง โดยจะแบ่งการสมัครตามเพศเป็นรอบๆ

  • ไม่มีความรู้เรื่องภาษาญี่ปุ่น สมัครได้ไหม ?

       สมัครได้  แต่ควรมีการเตรียมตัวเรื่องภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานก่อนรับการสอบคัดเลือก

       แต่หลังจากผ่านการสอบคัดเลือกแล้ว จะมีการอบรมภาษาญี่ปุ่นก่อนเดินทางให้เป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการฝึกอบรม อีกทั้งมีทั้งที่พัก และอาหารให้ฟรีด้วย   

    เรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเตรียมตัวสอบคัดเลือก และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศูนย์ฝึกอบรม  

  • ร่างกายมีรอยสักอยู่ สมัครได้ไหม ?

       โดยหลักการกำหนดห้ามให้มีรอยสัก  แต่หากรอยสักมีขนาดเล็ก อาจได้รับการพิจารณา แนะนำให้ลบรอยสักให้เหลือจางที่สุด 

  • สายตาสั้น สมัครได้ไหม ?

        สมัครได้   สามารถสวมแว่นตาได้

  • จะทราบข่าวการเปิดรับสมัคร และประกาศผลสอบได้จากที่ไหน?

       กรมการจัดหางานจะประกาศรับสมัครทุกเดือนตลอดทั้งปี  สามารถติดตามได้จากว็บไซท์ของกรมการจัดหางาน

หรือทางข่าวประชาสัมพันธ์ของเว็บไซท์นี้  

  • การสอบคัดเลือก มีสอบอะไรบ้าง กี่วัน?

       การสอบจะมี 2 ส่วน (รายละเอียด หลักเกณฑ์ จะระบุในการประกาศรับสมัครแต่ละครั้ง) คือ

  1. สอบข้อเขียน  ได้แก่ คณิตศาสตร์พื้นฐาน, ความถนัดด้านช่าง และภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน

  2. สอบสมรรถภาพทางร่างกาย ได้แก่ การวิ่ง การวิดพื้นและซิทอัพ   

และมีการอธิบายทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ

ใช้เวลาสอบ ช่วงครึ่งวันเช้า   ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการอธิบายทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ    (ติดตามรายละเอียดจากประกาศรับสมัครในรอบนั้นๆ)​

  • มีเว็บไซท์เพื่อศึกษาใช้เตรียมตัวสอบไหม?

       มี  ได้จัดทำไว้ให้แล้ว   ดูได้จากเว็บไซท์

    เรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเตรียมตัวสอบคัดเลือก และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศูนย์ฝึกอบรม  

ค่าใช้จ่ายก่อนไปญี่ปุ่น

  • มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

      ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครและการสอบ รวมทั้งเมื่อผ่านการคัดเลือกแล้ว กระทรวงแรงงานจะจัดอบรมก่อนเดินทางให้ฟรี 4 เดือน (จัดที่พัก และอาหารให้ฟรี รวมทั้งอบรมให้ฟรีหมด โดย IM Japan จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ รวมทั้งออกค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไปญี่ปุ่นให้ด้วย)

 ค่าใช้จ่ายจำเป็นที่ต้องรับผิดชอบเองราว 7 พันบาท ได้แก่ ค่าทำพาสปอร์ต ค่าขอวีซ่าเข้าญี่ปุ่น ค่าตรวจประวัติอาชญากรรม ค่าตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง ค่าถ่ายรูป ค่าดิกชันนารี ค่าเดินทางจากบ้านมารับการฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวเท่าที่จำเป็น เป็นต้น  เท่านั้น  นอกนั้นค่ากินอยู่ ค่าที่พัก ค่าอบรม ค่าตั๋วเครื่องบินต่างๆ IM Japan รับผิดชอบให้ทั้งหมด

  • ระหว่างอบรมก่อนเดินทาง 4 เดือน ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

       ที่ศูนย์ฝึกอบรมจะมีที่พักและอาหารให้ฟรี  หากไม่ได้ซื้อขนมและเครื่องดื่มน้ำอัดลมทานก็ไม่ต้องใช้เงินเลย ค่าอบรมก็จัดให้ฟรี หากมีค่าใช้จ่ายอื่นก็จะเป็นค่าสบู่ แชมพู ผงซักฟอกของตนเอง เป็นต้นเท่านั้น

 

  • ฝึกงานจบ 3 ปี ขากลับจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินขากลับเองใช่ไหม?

       ไม่ต้องจ่าย  เมื่อสำเร็จการฝึกงาน IM Japan จะรับผิดชอบตั๋วเครื่องบินขากลับไทยให้  นอกจากนี้ยังมอบเงินทุนสำหรับไปตั้งต้นประกอบอาชีพให้อีก 600,000 เยน โดยจะให้กรมการจัดหางานเป็นผู้มอบให้

การฝึกอบรมก่อนเดินทาง

  • สอบผ่านแล้วอบรมก่อนเดินทางทันทีหรือไม่?

       เมื่อสอบผ่านแล้ว กรมการจัดหางานจะขึ้นบัญชีไว้ และเรียกให้เข้าอบรมตามรุ่น เดือนละรุ่น โดยก่อนเข้าอบรมจะต้องไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลที่กำหนดก่อน (ปัจจุบันตรวจที่โรงพยาบาลรามาธิบดี) หากผลการตรวจสุขภาพไม่มีปัญหาแล้วก็สามารถมารายงานตัวเข้าศูนย์ฝึกอบรมในวันเวลาที่กำหนดได้

  • อบรมที่ไหน นานเท่าไหร่ และอบรมอะไรบ้าง?

       ปัจจุบันกระทรวงแรงงานจัดอบรมให้ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จ. ปทุมธานี  ผู้รับการอบรมจะใช้ชีวิตระบบหอพัก กินนอนอยู่ภายในศูนย์ฝึก (ไม่ใช่ระบบเดินทางไป-กลับบ้านทุกวัน)  

       การอบรมแบ่งเป็น 2 ช่วงๆละ 2 เดือน รวมทั้งหมด 4 เดือน   จะมีการเรียนการสอนในวันจันทร์-วันศุกร์ ทั้งวันและหยุดในวันเสาร์-อาทิตย์ 

      เนื้อหาที่อบรมจะเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก นอกจากนี้จะอบรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น และความรู้ที่จำเป็นในการทำงานและการดำรงชีพในญี่ปุ่นด้วย (ในระยะ 4 เดือนนี้ จะสามารถพูด อ่าน เขียนญี่ปุ่น สามารถสื่อสารเบื้องต้นได้)

ติดตามดู fb  ศูนย์ฝึกอบรมโครงการ IM Japan 

   ชมวีดีโอ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน บรรยากาศศูนย์ฯ

  ชมวีดีโอ การอบรมในศูนย์ฯ สัมภาษณ์ผู้ร่วมโครงการ 

  • ระหว่างอบรมก่อนเดินทาง 4 เดือน ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

       ที่ศูนย์ฝึกอบรมจะมีที่พักและอาหารให้ฟรี  หากไม่ได้ซื้อขนมและเครื่องดื่มน้ำอัดลมทานก็ไม่ต้องใช้เงินเลย ค่าอบรมก็จัดให้ฟรี หากมีค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นก็จะเป็นค่าสบู่ แชมพู ผงซักฟอกของตนเอง เป็นต้นเท่านั้น 

ประเภทงานและระยะเวลาฝึกงาน

  • งานที่ฝึกเป็นงานประเภทใด?

       แทบทั้งหมด เป็นงานในโรงงาน งานในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น งานกลึง งานเชื่อมโลหะ งานปั๊มโลหั งานฉีดขึ้นรูปพลาสติก งานบรรจุหีบห่ออุตสาหกรรม งานพ่นสี งานหล่อโลหะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีงานก่อสร้างด้วย  แทบไม่มีงานด้านการเกษตร

       ชมวีดีโอ ประเภทงาน ลักษณะงานที่ฝึก

  • สามารถเลือกประเภทงาน และบริษัทได้ไหม?

      สามารถเลือกได้   โดยในช่วงการอบรม 2 เดือนแรก จะมีบริษัทมาสัมภาษณ์คัดเลือก  สามารถสอบถามประเภทงานที่สนใจ สอบถามเงื่อนไขการจ้างงาน ค่าจ้าง ที่พัก สวัสดิการต่างๆได้ หากตกลงใจว่าต้องการไปฝึกงานประเภทดังกล่าวที่บริษัทนี้แล้ว จึงทำสัญญาการจ้างงาน และดำเนินขั้นตอนการขอวีซ่าต่อไป

  • ไปฝึกงานนานไหม  กี่ปี?

โครงการฝึกปฏิบัติงานระยะ 3 ปี  แต่มีหลายคนที่สำเร็จการฝึกงานแล้ว และมีคุณสมบัติอยู่ฝึกงานต่อได้ หากนานจ้างจะรับต่อก็สามารถฝึกปฏิบัติงานต่อในปีที่ 4-5 ได้อีก 2 ปี และสามารถต่อยอดทำงานต่อที่ญี่ปุ่นในวีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะได้

โครงการฝึกปฏิบัติงานเทคนิค IM Japan

  • โครงการนี้มีมานานหรือยัง?

       IM Japan ดำเนินกิจกรรมรับผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิคชาวต่างชาติมาครบ 30 กว่าปีแล้ว

      ในส่วนของประเทศไทย IM Japan ได้ลงนามในข้อตกลง(MOU)กับกระทรวงแรงงาน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542  กระทรวงแรงงานได้จัดส่งคนไทยไปฝึกงานกับ บริษัทที่เป็นสมาชิกของ IM Japan ตั้งแต่ปี 2543 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยจัดส่งแล้วกว่า 6,500 คน

โครงการนี้รัฐบาล โดยกรมการจัดหางานเป็นองค์กรผู้ส่ง ไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ตั้งแต่สมัคร สอบ อบรม ตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น ฟรีหมด   โดย IM Japan จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ 

  • ทำไมผู้เข้าร่วมโครงการถึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย?

       เพราะ IM Japan เป็นมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไร  มุ่งรับเยาวชนจากประเทศต่างๆที่ต้องการเรียนรู้ทักษะและพัฒนาตนเอง ได้มาเรียนรู้และนำความรู้กลับไปพัฒนาประเทศ และช่วยยังทำให้อุตสาหกรรมญี่ปุ่นเข้มแข็งด้วย ทั้งนี้บริษัทที่รับผู้ฝึกปฏิบัติงานจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆในการสอบ การคัดเลือก การอบรม (รวมถึงค่าที่พัก อาหาร ค่าอบรมต่างๆ) และค่าเดินทางไปญี่ปุ่นให้

ดังนั้นจึงเป็นโครงการที่ให้ประโยชน์แก่เยาวชนไทยอย่างเต็มที่  ให้โอกาสแก่ทุกคน ถึงไม่มีกำลังทรัพย์ก็สามารถมีโอกาสไปพัฒนาตนเอง หาประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศได้     แทบจะเป็นโครงการนี้โครงการเดียวเท่านั้นที่แทบไม่มีค่าใช้จ่ายในการไปฝึกงานเลย

  • รับแต่คนไทยเท่านั้นหรือ?

       IM Japan  ทำข้อตกลง (MOU)กับรัฐบาลประเทศผู้ส่ง 5 ชาติ ได้แก่ อินโดนิเซีย ไทย เวียดนาม ศรีลังกา และบังคลาเทศ ตามลำดับ จนถึงปัจจุบันรับผู้ฝึกปฏิบัติงานจาก 5 ประเทศดังกล่าว รวมกันแล้วกว่า 60,000 คน เป็นองค์กรรับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีสำนักงานสาขา 15 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น และสำนักงานในต่างประเทศ เช่น สำนักงานกรุงเพทฯ ที่ตั้งอยู่ในกระทรวงแรงาน

      เริ่มรับคนไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ต่อเนื่องเรื่อยมากว่า 6,500 คนแล้ว มีผู้สำเร็จการฝึกปฏิบัติงานแล้วกว่า 5,000 คน ได้นำความรู้กลับไปช่วยพัฒนาประเทศ และประสบความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพเป็นอย่างดี อาทิ เป็นเจ้าของกิจการ ผู้จัดการโรงงาน เป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น

  • โครงการฝึกงานกี่ปี?

       โครงการฝึกปฏิบัติงานระยะ 3 ปี  แต่มีหลายคนที่สำเร็จการฝึกงานแล้ว และมีคุณสมบัติอยู่ฝึกงานต่อได้ หากนานจ้างจะรับต่อก็สามารถฝึกปฏิบัติงานต่อในปีที่ 4-5 ได้อีก 2 ปี และสามารถต่อยอดทำงานต่อที่ญี่ปุ่นในวีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะได้

รายได้   ค่าตอบแทนต่างๆ

  • ไปฝึกงาน มีค่าตอบแทนไหม?     

       มีค่าตอบแทน ซึ่งก็คือเงินเดือนตามสัญญาการจ้างงาน เช่นเดียวกับคนญี่ปุ่นที่ทำงานทั่วไป และได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายประกันต่างๆเช่นเดียวกับคนญี่ปุ่น (ยกเว้นเดือนแรกที่เดินทางถึงญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ทุกคนต้องรับการอบรมก่อนไปบริษัทอีก 1 เดือนตามที่กฏหมายกำหนด จะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงฝึกอบรม จำนวน 80,000 เยน เมื่อหักค่าอาหารในเดือนนั้นแล้วจะได้รับเงินราว 54,000 เยน ก่อนไปบริษัท  

        ดังนั้น แม้ไม่มีเงินติดตัวมาญี่ปุ่น ก็ไม่ต้องกังวล เพราะจะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงฝึกอบรมตั้งแต่เดือนแรก 

และเมื่อไปบริษัท เริ่มทำงานแล้วก็จะได้รับเงินเดือน และหากมีโอทีก็จะได้รับเงินเพิ่มขึ้นด้วย 

  • ได้รับค่าจ้างประมาณเดือนละเท่าไร?

       ค่าจ้างที่ได้รับ เป็นไปตามที่ระบุตามสัญญาจ้าง โดยได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายมาตรฐานแรงงานญี่ปุ่นทุกประการ กล่าวคือ ได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัคราค่าจ้างขั้นต่ำตามรายจังหวัดของญี่ปุ่น ปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำที่ได้เฉลี่ยเดือนละราว  40,000 บาท  (กรณีทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมงตามกรอบกฏหมายมาตรฐานแรงงาน  ยังไม่รวมโอที) ซึ่งจะต้องถูกหักค่าประกันสังคม ภาษี ค่าที่พักและค่าสาธารณูปโภคด้วย ทั้งนี้ IM Japan มีการรับรองเงินได้สุทธิที่จะได้รับในกรณีที่ไม่มีโอทีเลยให้ด้วย 

       และหากมีการทำงานล่วงเวลา ก็จะได้รับในอัตราที่กฏหมายแรงงานกำหนด

 

  • ที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ต้องจ่ายไหม?

      ต้องจ่าย ซึ่งรายการเหล่านี้ที่มีระบุไว้ในสัญญาการจ้างงาน นายจ้างจะหัก ณ ที่จ่ายไว้ รวมทั้งจะหักเงินค่าเบี้ยประกันสังคมและภาษีต่างๆตามกฏหมายด้วย

ทั้งนี้ ค่าที่พักที่นายจ้างจัดหาให้นั้น ส่วนใหญ่นายจ้างจะช่วยรับผิดชอบให้ส่วนหนึ่งด้วย ดังนั้นค่าที่พัก และค่าสาธารณูปโภคส่วนที่ผู้ฝึกปฏิบัติงานจ่ายนั้นอาจเพียงแค่ครึ่งเดียวของค่าใช้จ่ายจริงเท่านั้น รายละเอียดรายได้, เงินหัก เหล่านี้ จะอธิบายชี้แจงให้ทราบตั้งแต่ขั้นตอนการสัมภาษณ์คัดเลือกที่ประเทศไทยแล้ว   

  • เงินหัก ถ้าเยอะมาก กลัวไม่พอดำรงชีพ?

      ไม่ต้องกังวล  เพราะ IM Japan จะรับรองเงินได้สุทธิถึงมือให้ด้วย (เงินเดือน หักด้วยค่าที่พัก ค่าสาธารณูปโภค เบี้ยประกันสังคมและภาษี) กรณีไม่มีค่าทำงานล่วงเวลาเลย ดังนี้

      - ปีแรก   รับรองเงินได้สุทธิถึงมือ    ต้องไม่น้อยกว่า     90,000 เยน

      - ปีที่สอง รับรองเงินได้สุทธิถึงมือ    ต้องไม่น้อยกว่า    95,000 เยน

      - ปีที่สาม รับรองเงินได้สุทธิถึงมือ    ต้องไม่น้อยกว่า  100,000 เยน

      ทั้งนี้เงินได้สุทธิตามที่ระบุในสัญญาจ้าง ในกรณีไม่มีโอทีเลย ส่วนใหญ่มีเงินได้สุทธิมากกว่า 100,000 เยน 

รายละเอียดของเงินได้เงินหัก เงินสุทธิที่ได้รับถึงมือ จะมีรายละเอียดชัดเจนในใบรับเงินเดือนทุกเดือนอยู่แล้ว

  • ค่าใช้จ่ายปกติเยอะไหม  เงินที่ได้พอต่อการใช้จ่ายไหม?

       พอ (สำหรับการใช้จ่ายดำรงชีพตามปกติ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย  กรณีปกติส่วนใหญ่ใช้เป็นค่ากินเท่านั้น ซึ่งใช้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเงินที่ได้รับ  ส่วนเงินที่เหลือแล้วแต่แต่ละคนว่าใช้ในการเที่ยว ซื้อของต่างๆ มากน้อยเท่าใด

       ส่วนใหญ่สามารถเก็บเงินไว้เป็นทุน เมื่อกลับประเทศไทยแล้ว รวมกับเงินตั้งต้นประกอบอาชีพที่ IM Japan มอบให้ หลายคนมาก่อตั้งกิจการของต้นเอง เป็นเจ้าของบริษัทตรงตามเป้าหมายของ IM Japan

การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น

  • ที่พักเป็นอย่างไร?

      อาจเป็นหอพัก บ้านเช่า หรืออพาร์ตเม็นต์ แล้วแต่กรณี 

นายจ้างจะจัดหาที่พักให้และให้ผู้ฝึกปฏิบัติงานรับผิดชอบเพียงบางส่วน  ซึ่งวิธีนี้จะช่วยประหยัดได้มาก เพราะค่าเช่าที่พักในญี่ปุ่นตามจริงแล้วแพงมาก  ที่พักที่จัดให้นี้จะมีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน เครื่องครัว ตู้เย็น ทีวีต่างๆให้ครบ เมื่อแรกไปถึงก็สามารถดำรงชีพได้เลย

      ส่วนใหญ่พักอยู่ห้องละ 2 คน แต่บางที่อาจมีห้องพักเดี่ยวให้  ทั้งนี้แตกต่างกันออกไป บางบริษัทมีหอพักเองจึงไม่คิดค่าเช่าก็มี 

 

  • ที่พักไกลจากบริษัทไหม?

       ตอบได้ยาก  ใกล้ก็มี ไกลหน่อยก็มี  แต่กรณีที่ไกล บริษัทจะมีรถจักรยานหรือรถรับ-ส่งให้   และหากต้องเดินทางโดยรถไฟ นายจ้างจะจ่ายค่าโดยสารให้

  • มีคนช่วยชี้แนะ ดูแลไหม?

       มีคนชี้แนะดูแล  ทุกบริษัทจะมีผู้ให้คำชี้แนะในการดำรงชีพ และผู้ให้คำชี้แนะในการฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งหากมีข้อสงสัยหรือมีปัญหา สามารถปรึกษาคนเหล่านี้ได้

       นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ของ IM Japan ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิคของแต่ละบริษัท ที่จะไปเยี่ยมทุกเดือนเพื่อดูแล ติดตามสภาพความเป็นอยู่ การฝึกปฏิบัติงาน  สามารถที่จะติดต่อปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา และมีระบบโทรศัพท์รับเรื่อง ให้คำปรึกษาด้วย

       นอกจากนี้ มีสำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงแรงงาน ที่ช่วยประสานดูแลด้วยอีกทางหนึ่ง

ข่าวสำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่นปฐมนิเทศออนไลน์แก่ผู้ฝึกปฏิบัติงาน IM Japan

เมื่อสำเร็จการฝึกงานแล้ว

  • จบการฝึกงาน 3 ปีแล้ว ยังไงต่อ?    

       กรณีทั่วไป เมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติงาน 3 ปี IM Japan จะออกใบประกาศนียบัติผ่านการฝึกงานให้ และจัดเตรียมบัตรโดยสารเครื่องบินให้สำหรับเดินทางกลับประเทศไทย นอกจากนี้จะโอนเงินสำหรับให้ตั้งต้นประกอบอาชีพอีกคนละ 600,000 เยน โดยเงินนี้จะให้กรมการจัดหางานเป็นผู้มอบให้หลังจากที่ผู้ฝึกปฏิบัติงานสำเร็จและกลับประเทศแล้ว  

       แต่หากบริษัทเดิมจะรับต่อ และผู้ฝึกปฏิบัติงานนั้นสอบผ่านทักษะเทคนิคระดับ 3 ด้วยแล้ว สามารถฝึกปฏิบัติงานต่อในปีที่ 4-5 ได้อีก 2 ปี 

  • ถ้าจบการฝึกงาน 3 ปี เมื่อกลับประเทศไทยแล้ว จะหางานทำ ทำอย่างไร?    

       กรมการจัดหางานจะช่วยหางานให้  ขอให้แจ้งความประสงค์และขึ้นทะเบียนคนหางานไว้

หากบริษัทที่ไปฝึกงาน มีบริษัทลูกที่ประเทศไทย ส่วนใหญ่จะรับเข้าทำงานที่บริษัทลูกในไทย  นอกจากนี้โดยทั่วไป มีบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากที่ต้องการจ้างผู้สำเร็จการฝึกปฏิบัติงานของ IM Japan เพราะได้ภาษาญี่ปุ่นและมีระเบียบวินัย 

  • ขอคืนเงินอะไรจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้บ้าง?    

      ภาษีเงินได้ ไม่สามารถขอคืนได้

      แต่เงินก้อนใหญ่ที่สามารถขอคืนได้เมื่อกลับประเทศไทยไปแล้ว คือ เงินที่ออกจากระบบประกันบำนาญ (เป็นเงินก้อน จ่ายให้ครั้งเดียว) โดยก่อนที่จะกลับประเทศไทย เจ้าหน้าที่ IM Japan จะชี้แจงขั้นตอนให้   เจ้าตัวจะต้องไปการดำเนินการยื่นคำร้องและแนบเอกสารเองหลังจากกลับประเทศไทยไปแล้ว จำนวนเงินที่ได้รับจะมากน้อยแตกต่างกันไปตามจำนวนที่เคยจ่ายเบี้ยประกันบำนาญเอาไว้ และระยะเวลาที่สมทบ (โดยทั่วไปได้รับราว 400,000 เยนหรือมากกว่านั้น) ซึ่งหน่วยงานประกันบำนาญของญี่ปุ่นจะโอนไปเข้าบัญชีในประเทศไทยตามที่ระบุคำร้องไว้

 

หัดเรียนภาษาญี่ปุ่น

  • ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น จำยากไหม?

       ยากอยู่ แต่ไม่เกินพยายาม เพราะคนที่สนใจโครงการก็สอบผ่านกันมาทุกคน

       ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น มี  3 ชุด คือ

  1.  ฮิรากานะ 

  2. คาตาคะนะ

  3. คันจิ   คล้ายตัวหนังสือจีน 

       ในการสอบจะใช้เฉพาะตัวอักษรชุดที่ 1 และ 2 คือ ฮิรากานะ และ คาตาคะนะ เท่านั้น 

  • สนใจอยากสมัครสอบ  จะเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นได้จากไหนบ้าง?

       อาจเริ่มหัดเรียนดูตามเว็บไซท์ หรือช่องทาง Youtube ก็ได้ 

       หรือดูได้จากเว็บไซท์เรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าโครงการ IM Japan

 ​ เรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเตรียมตัวสอบคัดเลือก และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศูนย์ฝึกอบรม  

       

  • ก่อนไปญี่ปุ่น จะอบรมให้จนพูดญี่ปุ่นได้ไหม?

       แน่นอน  เมื่อเข้าศูนย์อบรมแล้ว ทุกวันจะรับการอบรมภาษาญี่ปุ่น จนพูด อ่าน เขียน สนทนาได้ และหลังจากที่ไปญี่ปุ่นแล้ว จะอบรมเข้มให้อีก 1 เดือน  เมื่อไปบริษัทจะสามารถสื่อสารกับชาวญี่ปุ่นได้ (จะมีความสามารถราวระดับ N5 แล้ว)

ระหว่างที่ฝึกปฏิบัติงานอยู่ในญี่ปุ่น ระหว่างที่ทำงานไปก็จะมีการสื่อสาร เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นไปเรื่อยๆจนชำนาญ ผู้สำเร็จการฝึกปฏิบัติงานที่มีความสามารถการใช้ภาษาญี่ปุ่นดี เมื่อกลับประเทศไทยแล้วสามารถหางานที่เงินเดือนสูงมากได้ ดังนั้น IM Japan จึงพยายามส่งเสริมให้ผู้ฝึกปฏิบัติงานทุกคนเรียนรู้ฝึกฝนภาษาญี่ปุ่น

bottom of page